ข้อสังเกตเกี่ยวกับอาหารของเรา
Last Updated on Thursday, 23 November 2017 14:12 Written by Administrator Thursday, 23 November 2017 13:52
เล่าเรื่องส่วนตัว และข้อสังเกตเกี่ยวกับอาหารของเรากันสักนิดครับ
ผมเป็นคนที่ไวต่อผงชูรสมานานแล้ว ขอเรียกรวมว่า สารชูรส ก็แล้วกันครับ เพราะสารในตระกูลนี้มีเยอะมาก มีเพียง MSG หรือ MonoSodiumGlutamate เท่านั้นที่เรารู้จัก แต่ในอุตสาหกรรมอาหารเขาใช้กันมีเป็นสิบตัว ตั้งแต่เรียนจบทำงานใหม่ๆ ก็มีอาการหลังทานอาหารที่มีสารชูรสประมาณสองสามชั่วโมง อาการก็เช่น ปวดหัว ความดันขึ้น 140/90/p100 อ่อนเพลีย ไม่มีแรง น้ำตาลในเลือดตก หัวใจเต้นเร็ว เต้นผิดจังหวะ เหมือนหายไปจังหวะนึง หรือ เบื้ลสองทีติดๆ กัน แต่ไม่มีหน้ามืด มือ เท้าชา พอถึงเวลานอน ก็ง่วงแต่นอนไม่หลับ พอผ่านไปหลายๆ ปีเข้า ประมาณ ห้าปี ก็มีอาการทางระบบประสาท คือ panic ง่าย ตื่นเต้นตกใจง่าย เครียดง่ายนั่นแหละครับ หนักเข้าดูหนังก็ไม่ได้ จะมือสั่น panic รู้สึกเหมือนถูกบีบคั้น กำลังจะตาย ประมาณนั้น
ตั้งแต่อายุ 28 ไปหาหมอกี่หมอ หมอส่ายหัว รักษาตามอาการ ยาคลายเครียด กินไปเป็นซอมบี้ทั้งวัน ไม่จบ จนกระทั่งอายุ 30 ได้มีเหตุให้รู้ว่าตัวเองเป็นแบบนี้เพราะอะไร จึงเลิกกินสารชูรส ทำอาหารเอง อาการหายไปในสองสัปดาห์ ยกเว้นอาการทางประสาท หายในสองปีต่อมา การตรวจร่างกายนั้นทำให้รู้ว่าผมมีสิ่งที่เรียกว่า RBBB หรือ Right Bundle Branch Block ที่ไฟฟ้าหัวใจขาดวงจรไปส่วนหนึ่ง มีผลให้หัวใจเต้นช้าเวลานอน เหลือแค่ 35bpm และลิ้นหัวใจรั่วเล็กน้อย แต่ไม่มีปัญหาอะไรกับชีวิต ออกกำลังได้ดี ไม่เหนื่อย
ชีวิตดำเนินมาปกติดี แม้จะโดนชูรสบ้างเมื่อทานนอกบ้าน ก็ทนๆ เอา นานๆ ที ขนาดสั่งไม่ให้ใส่ก็ยังโดนเสมอ น่าจะมาจากวัตถุดิบและเครื่องปรุงอื่น ที่ล้วนใส่สารชูรสทั้งสิ้น จนมาปีนี้ 2017 เป็นปีที่ทานนอกบ้านเยอะหน่อย เพราะแม่ไม่สบาย นอน รพ เกือบเดือน พักต่อที่บ้านอีกหลายเดือน เลยไม่มีใครช่วยทำงานบ้าน ทำเองหมด เวลาน้อยลง ต้องพึ่งอาหารนอกบ้านบ้าง
มันมาเป็นเรื่องเอาตรงที่ว่า อาการของสารชูรสไม่เหมือนเดิม อาการเพลียไม่มีแรงที่เคยเป็นทุกครั้งเมื่อพลาดทานอาหารนอกบ้านแล้วมันเผลอใส่สารชูรสมามากๆ นั้นไม่มี แต่อาการกลับเป็นว่า เมื่อออกแรง เช่น เดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้า วิ่ง ปกติหัวใจจะเร่งความเร็วของอัตราการเต้น แต่ มันไม่ได้เร่งขึ้นอย่างที่ควร มันยังช้า แล้วอยู่ๆ หัวใจเต้นผิดจังหวะ มันผิดจังหวะแบบแรงมาก คือ เหมือนถูกทุบ หรือ หัวใจเกร็งตัวค้างอยู่สักครู่กระนั้น ถ้าเป็นมากๆ ก็จะหน้ามืด แต่ถ้ารีบหยุดออกแรง หายใจลึกๆ อาการจะหายไปเอง ไม่ใช่อาการหัวใจขาดเลือด ผมสามารถออกกำลังได้ปกติจนหัวใจเต้นได้ถึง150 bpm ถ้าไม่ได้รับสารชูรส
ผมสงสัยว่า มันเป็นเพราะตัวเองที่อายุมากขึ้น(43) หรือเป็นเพราะสารชูรสที่เปลี่ยนกรรมวิธีการผลิตกันแน่ แต่มันแปลก ที่ จุดที่ถูกรบกวนจากสารชูรสเปลี่ยนไป โดยมันรบกวนการทำงานตับอ่อนน้อยลง (เดิมอินซูลินเกิน ตรงข้อนี้มีงานวิจัยรองรับด้วยว่ามันทำให้อินซูลินเกินในคนทั่วไปได้จริง) มาเป็นรบกวนที่หัวใจมากขึ้นแทน ทำให้การผิดจังหวะนั้นรุนแรงมาก
จะขอแทรกข้อมูลสักนิดเผื่อคนที่ไม่ทราบ ว่าในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตสารชูรสเป็นผลผลิตของการตัดแต่งพันธุกรรมโดยตรง ใครที่ไม่มั่นใจใน GMO ต้องทราบว่า สารชูรสนั้นเป็นผลผลิตจากการหมักแป้งมันสำปะหลังในจุลินทรีย์ตัดแต่งพันธุกรรม สารถูกทรานสคริปต์มาจากยีนที่ถูกตัดแต่งโดยตรง ไม่ใช่แค่ผลิตสารต่อต้านแมลงเพียงเล็กน้อยอย่างในพืช GM เราเคยพบความวินาศจากเทคโนโลยีนี้ครั้งใหญ่ในช่วงต้น 1990 เช่นดังประวัติศาสตร์ของการผลิต L-Tryptophan ในอดีต ที่ใช้เทคโนโลยี จุลินทรีย์ GM ในการผลิตสารนี้ แต่ มีความผิดพลาดบางอย่าง ที่ทำให้สาร L-Trypyophan ที่ผลิตออกมานี้ มีสารเจือปนบางอย่างที่ไม่มีใครรู้จัก ตรวจสอบ สกัด ทำซ้ำไม่ได้ มีผลกับบางคนเท่านั้น มีผลแม้เจือปนเพียงจำนวนน้อยนิด จากผู้ใช้จำนวนหลายหมื่น มีคนนับพันป่วย นับร้อยพิการตลอดชีพ หลายสิบเสียชีวิต
--เสริช "L-Tryptophan incident" ใครสนใจเรื่อง L-Tryptophan incident จะแปลให้ได้อ่านกันตอนผมว่างๆ นะ ไม่รู้ตอนไหนเหมือนกัน--
กลับเข้าเรื่อง .. ถ้าอาการที่ผมเป็น มันเป็นที่ร่างกายของผมเองคงไม่มีปัญหาอะไรกับคนอื่น คนที่เป็นแบบผม คือมีอาการออกชัดเจนมีไม่มาก แต่ถ้ามันเป็นกับสารชูรส เราอาจได้เห็นที่เป็นแบบผม หัวใจวายตาย หรือป่วยเข้าไปหาแพทย์ด้วยอาการหัวใจเต้นผิดปกติมากขึ้นแน่ๆ ซึ่งผมเองแอบคิดในแง่ร้ายอยู่ว่าโรคเบาหวานที่เป็นกันทั้งบ้านทั้งเมือง มีต้นเหตุจากการใช้สารชูรสมากเกินไป ซึ่งนอกจากจะทำให้อินซูลินเกินไปนานๆ จนร่างกายทำลายอินซูลินรีเซปเตอร์ ในที่สุดก็เบาหวานประเภทสอง แล้วยังทำให้ลิ้นด้านชา ไม่รู้รสหวานรสเค็ม ยิ่งทำให้กินหวานมากเค็มมาก ซึ่งนำพาไปหาโรคเบาหวานและโรคไตเร็วขึ้นอีก
แต่ ครั้งนี้หากเป็นที่สารชูรสมีโมเลกุล หรือ สารเจือปน (จำนวนน้อยนิดเพียงเกือบตรวจสอบไม่ได้) ที่มีปัญหากับหัวใจจริงแล้วละก็ เรา และเหล่าแพทย์พยาบาล คงได้เห็นกันต่อไปเป็นแน่แท้
ถ้าคุณจะสังเกต บ้านเรามีโรคมะเร็งหนักมาก รวมทั้งโรคความดัน เบาหวาน ไต หลอดเลือดหัวใจ ก็มาก แบ่งได้สองที่มา มะเร็งมาจาก สารพิษการเกษตร ทั้งยาฆ่าแมลงและยากำจัดวัชพืชที่ตกค้างมหาศาลในผักผลไม้ ตามร้านอาหารริมถนนที่ชาวออฟฟิศฝากท้อง เขาไม่ล้างผักนะครับ หึหึ และสารพิษจากมลภาวะการเผาไหม้เชื้อเพลิงซึ่งมีอะโรมาติคไฮโดรคาร์บอนจำนวนมาก
--เสริชหา องค์ประกอบของน้ำมันเบนซิน(แกสโซลีน) และพิษของสารอะโรมาติค, ยาฆ่าแมลง เคมีเกษตร ปริมาณที่ใช้ในประเทศ ความเป็นพิษ--
แม่ผมมีความดันสูง หากทานอาหารนอกบ้าน เช่น ซื้อสำเร็จ หรือร้านอาหาร ที่เลือกแล้วว่าสั่งไม่ใส่สารชูรสได้ เลือกไม่เค็มได้ ความดันก็ยังคงสูงอยู่ดี กินยาแล้วก็ยัง 140/80 แต่ถ้ากินอาหารในบ้าน วัตถุดิบทั้งหมดเป็นออร์แกนิกส์ ทั้งข้าว และผัก ความดันจะลดลงมาที่ 120/70 ทำไม? เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว แต่ทุกครั้ง
เรากำลังอยู่ในแคมเปญ ลดจำนวนประชากรโลก หรือไม่ ? เรากำลังถูกฆาตกรรม อย่างช้าๆ หรือไม่? หรือว่า ทฤษฎีสมคบคิดจะเป็นจริง?
คิดให้ดีก่อนกิน ทุกคำ มีความไม่ปกติ.!


